KSAM ปลื้มเอยูเอ็มโตทะลุเป้าภายในครึ่งแรกของปี พร้อมมุ่งมั่นรักษาความสม่ำเสมอผลการดำเนินงานกองทุน



            นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)กรุงศรี เปิดเผยว่า    ”สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ถือว่าประสบความสำเร็จและมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก  โดยบริษัทมีทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นกว่า 44,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 23%  ส่งผลให้มีทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารรวมกว่า 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าปลายปีที่ตั้งไว้ตลอดทั้งปี 2557” 
“การเติบโตของทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารมาจากธุรกิจกองทุนรวมเป็นหลัก โดยธุรกิจกองทุนรวมมีการเติบโตสูงถึง 28% ในขณะที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมเติบโต 17% และบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดของกองทุนรวมหุ้น ตราสารหนี้ LTF และ RMF เพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา”
“บริษัทมุ่งมั่นบริหารจัดการกองทุนโดยยึดหลักปรัชญาลงทุน คือ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนอย่างยั่งยืน” โดยให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานที่ดีกว่าดัชนีเปรียบเทียบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ  ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะสั้นๆ ทำให้ผู้ลงทุนมีความเข้าใจและเชื่อมั่นในหลักการบริหารจัดการกองทุนภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจนมีการบอกต่อกันในวงกว้าง  ส่งผลให้บริษัทมีจำนวนลูกค้าใหม่และเงินลงทุนไหลเข้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทั้งในส่วนของกองทุนหุ้นและกองทุน LTF ที่มียอดเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิสูงเป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม คิดเป็นเงินลงทุนรวมกว่า 4,696 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิในกองทุนหุ้นกว่า 3,479 ล้านบาท และเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิในกองทุน LTF รวมกว่า 1,217 ล้านบาท” 
“ปัจจุบันกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) เป็นกองทุนหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย            มีขนาดกองทุนกว่า 12,000 ล้านบาท  โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2557 กองทุนมีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิกว่า 2,000 ล้านบาทมากกว่าอุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิ 1,800 ล้านบาท  นอกจากนี้ กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล(KFLTFDIV) ก็เป็นกองทุน LTF ที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดของอุตสาหกรรม  เป็นผลมาจากการที่          ผู้ลงทุนเห็นว่าทั้ง 2 กองทุนมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างสม่ำเสมอ  จึงทำให้ผู้ลงทุนเกิดความเชื่อมั่นและมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” 
“สำหรับกองทุนตราสารหนี้ของบริษัทก็ได้รับความนิยมจากนักลงทุนเช่นกัน   โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเพิ่มทรัพย์ KFSPLUS มีการเติบโตของขนาดกองทุนเพิ่มสูงถึง 35% จากสิ้นปี 2556  เนื่องจากกองทุนมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างสม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำ ล่าสุดกองทุน KFSPLUS ได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมประเภทสะสมทรัพย์ตราสารหนี้จากงานประกาศรางวัล Money&Banking Awards 2014”
“นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 บริษัทยังได้รับรางวัลต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานของกองทุนที่โดดเด่นอย่างสม่ำเสมอ  ได้แก่ รางวัล Rising Star – Asset Management Company of the Year, Thailand 2014 จากนิตยสาร The Asset  ถือเป็น บลจ.แรกที่ได้รับรางวัลนี้  และรางวัลกองทุนตราสารหนี้ยอดเยี่ยมปี 2014 ประเภทกองทุนตราสารหนี้ระยะปานกลางถึงยาวจาก”กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ระยะกลาง    ปันผล(KFMTFI-D) จาก Morningstar Fund Awards Thailand 2014  รางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี ประเภทกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตราสารหนี้ทั่วไป จากกองทุนเปิดกรุงศรีพันธบัตรเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFGOVRMF) จาก Money&Banking Awards 2014”
“ทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 นั้น  บริษัทยังคงมุ่งมั่นรักษาคุณภาพของกระบวนการลงทุน การบริหารจัดการกองทุนให้มีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งศึกษาและแสวงหาโอกาสและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  เพื่อให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนเพิ่มมากขึ้นสำหรับการวางแผนและจัดพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมความต้องการของนักลงทุนภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล  เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว”
“บริษัทมีแผนการออกกองทุนต่างประเทศที่น่าสนใจเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลัง  โดยล่าสุดบริษัทเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเฮลธ์แคร์อิควิตี้ปันผล (KF-HEALTHD) ซึ่งจะลงทุนในกองทุนหลัก JP Morgan Global Healthcare Fund ที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Healthcareชั้นนำทั่วโลก  ระหว่างวันที่ 22 - 31 ก.ค. 57  เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก   มีแนวโน้มเติบโตสูงเนื่องจากประชากรโลกกำลังเข้าสู่วัยชราและมีอายุขัยยาวนานขึ้น ส่งผลให้มีการใช้จ่ายด้านสุขภาพมากขึ้น  อีกทั้ง ผู้บริโภคมีความต้องการคุณภาพด้าน Healthcare ที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศเกิดใหม่ ถือเป็นโอกาสการลงทุนที่จะให้ผลตอบที่ดีต่อเนื่องในระยะยาวได้ สอดคล้องกับแนวทางการลงทุนของบริษัท โดยเราได้เลือกกองทุนหลักคือ JP Morgan Global Healthcare Fund ที่มีผลการดำเนินงานย้อนหลังที่ดี  และได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar Rating  กองทุน KF-HEALTHD จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศ”
            นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์  ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า “บริษัทมีมุมมองว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ปัญหาการเมืองได้รับการแก้ไข        การจ่ายเงินค่าจำนำข้าวมีส่วนช่วยให้การอุปโภคบริโภคปรับตัวดีขึ้น  โครงการลงทุนต่างๆ ที่รอการอนุมัติจากภาครัฐสามารถดำเนินการต่อไปได้ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและนักลงทุนปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน  อย่างไรก็ตาม หนี้สินภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้การบริโภคขยายตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร และอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าที่ผลจากการลงทุนจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ
 “บลจ.กรุงศรี มีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2557 เป็นต้นไป ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ นักลงทุนต่างชาติเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในประเทศและเริ่มทยอยเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา”
“สำหรับเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องทั้งสหรัฐฯ และยุโรป โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น  นอกจากนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์และเอสแอนด์พี ต่างทยอยปรับอันดับความน่าเชื่อถือของกลุ่มประเทศที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจขึ้นซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ดีขึ้น  ทั้งนี้ การฟื้นตัวของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักจะส่งผลให้ปริมาณการค้าในตลาดโลกมีมากขึ้น  ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อไป จะช่วยหนุนการขยายตัวของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว”
 “ตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีความน่าสนใจ ได้แก่ 1.ตลาดหุ้นยุโรป เพราะมีปัจจัยสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและคาดว่าจะค่อยๆฟื้นตัว โดยมูลค่าหุ้นยังปรับขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ รวมทั้งอาจมีมาตรการผ่อนคลายจากธนาคารกลางยุโรปเพิ่มเติม กองทุนแนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรียุโรปอิควิตี้         (KF-Europe) 2) ตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ เนื่องจากมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง สถานะทางการเงินของประเทศที่ยังคงแข็งแกร่งและกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น กองทุนแนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีอีเมอร์จิ้งมาร์เก็ตส์อิควิตี้ (KF-EM) และ 3) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเอเชีย โดยคาดการณ์ว่านโยบายธนู 3 ดอกของอาเบะโนมิคส์จะช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นค่อยๆฟื้นตัวขึ้น และกองทุน Pension Fund (GPIF) ของญี่ปุ่นอาจมีการปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนมาใน Risky Asset เช่นตลาดหุ้นในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการลงทุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะยาว กองทุนแนะนำ ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงศรีโอเรียนทัลเฟล็กซ์ (KF-ORTFLEX)” นายประภาส กล่าว

Comments