กรุงศรีเผยแผน 3 ปี มุ่งขับเคลื่อนสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในไทย


  

กรุงเทพฯ (28 เมษายน 2558) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ในเครือมิตซูบิชิ  ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำระดับโลก วันนี้ ได้ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี (ปี 2558-2560) ในการขับเคลื่อนธนาคารและบริษัทในเครือก้าวสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในไทย 

นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีได้จัดทำแผน 3 ปี ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งสะท้อนการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค กฎระเบียบของทางการ และโอกาสในการขยายธุรกิจ กอปรกับกลยุทธ์เพื่อการเติบโตระดับสากลของ MUFG  อนึ่ง แผนธุรกิจดังกล่าวยังสอดคล้องกับพันธกิจของกรุงศรีในการมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาคที่ก้าวสู่เวทีโลกด้วยการเติบโตที่ยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคมและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า” 
  
นายโกโตะกล่าวว่า “ยุทธศาสตร์ในการผลักดันกรุงศรีสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำในไทยประกอบด้วย3 กลยุทธ์หลักคือ 1) ผลักดันการเติบโตของสินทรัพย์ 2) เพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม 3)  ลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากการคงความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น ภายใต้แนวคิดในการดำเนินธุรกิจโดยใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” 

“สำหรับ MUFG ภูมิภาคเอเชียเป็นตลาดที่สำคัญเป็นอันดับที่สองรองจากญี่ปุ่น กรุงศรีจึงเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับการขยายธุรกิจธนาคารพาณิชย์ของ MUFG ในเอเชีย  ซึ่งในส่วนของ   กรุงศรี การก้าวสู่การเป็นธนาคารชั้นนำสำหรับลูกค้าในไทย กรุงศรีจะต่อยอดความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าบรรษัทญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ รวมถึงฐานลูกค้าในกลุ่มดังกล่าว อีกทั้งใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของ MUFG ในธุรกิจ Global Markets ธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศและสินเชื่อซัพพลายเชน” 

“สำหรับกลุ่มธุรกิจธนพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC) ที่จัดตั้งขึ้นใหม่เมื่อต้นปีนั้น กรุงศรีสามารถต่อยอดความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในกลุ่มลูกค้าบรรษัทญี่ปุ่น ด้วยประโยชน์จากเครือข่ายสาขาและฐานลูกค้าในประเทศของกรุงศรี ทั้งนี้ ในกลุ่มลูกค้าบรรษัทข้ามชาติ เรามีเป้าหมายที่จะเป็นธนาคารที่ได้รับการชื่นชอบมากที่สุดจากบรรษัทข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในไทย ด้วยกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าผ่านเครือข่ายธุรกิจระดับสากลของ BTMU” นายโกโตะ กล่าว 

“ในส่วนของธุรกิจรายย่อย กรุงศรีตั้งเป้าที่จะรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย อีกทั้งเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ผ่านนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ผนวกกับกลยุทธ์ในการเป็นพันธมิตรกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” 

สำหรับกลยุทธ์ในการรุกธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLMV นั้น กรุงศรีจะเป็นหัวขบวนในการขยายธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อการบริโภคและไมโครไฟแนนซ์ ขณะเดียวกันก็จะใช้ประโยชน์  จากเครือข่ายของ BTMU ในการให้บริการทางการเงินสำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ  ยกเว้นในประเทศลาวซึ่งกรุงศรีจะนำหน้าในการขยายธุรกิจทั้งในส่วนของกลุ่มลูกค้าธุรกิจและรายย่อย 

“เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ธนาคารมีแผนลงทุนเพื่อขยายช่องทางในการให้บริการให้ครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และความเป็นเลิศของระบบปฏิบัติการ โดยมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ 100 สาขาและติดตั้งเครื่อง ATM ใหม่ 2,000 เครื่องทั่วประเทศ” นายโกโตะกล่าวเพิ่มเติม 

สำหรับปี 2558 นี้ ธนาคารได้ตั้งเป้าเติบโตของสินเชื่อไว้ 7-9% และรายได้จากค่าธรรมเนียมเติบโตสูงกว่า12% ด้วยสัดส่วนสินเชื่อที่สมดุลระหว่างลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และ SME ที่ 60% และลูกค้ารายย่อย 40% ธนาคารคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจะอยู่ที่ 4% ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวมจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2.5% 

ด้วยสินทรัพย์รวม 1.6 ล้านล้านบาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558) ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นสมาชิกในเครือ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินชั้นนำระดับโลก ซึ่งถือครองหุ้นในกรุงศรีจำนวน 76.88% ขณะที่กลุ่มรัตนรักษ์ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นที่สำคัญและสร้างสรรค์ของธนาคาร 

เกี่ยวกับกรุงศรี 
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และดำเนินธุรกิจมานานกว่า 70 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค การลงทุนการบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 655 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 618 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 37 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 23,000 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชี (ธุรกิจบัตรเครดิตและธุรกิจสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคล) มากกว่า 6.3 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อยผ่านบริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส จำกัด ภายใต้แบรนด์ “เงินติดล้อ” อีกด้วย   

กรุงศรี มีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ ในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น 

เกี่ยวกับ MUFG (มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป) 
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่   ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 350 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงาน 1,100 แห่ง ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 140,000 คน ซึ่งนำเสนอบริการที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์ แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อซึ่งรวมทั้งธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ, มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ทรัสต์ แอนด์ แบงก์กิ้ง คอร์เปอเรชั่น (ทรัสต์แบงก์ชั้นนำ ของญี่ปุ่น) และมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซิเคียวริตี้ โฮลดิ้ง หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น “กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดของโลก” ตอบสนอง ทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้า เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน  MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว  ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก 

Comments